พาณิชย์ ชงนายกฯ ตั้งบอร์ดปราบนอมินีชุดใหม่ ดึงรองนายกฯ นั่งหัวโต๊ะ เพิ่ม 4 หน่วยไล่จับ  

พาณิชย์ ชงนายกฯ ตั้งบอร์ดปราบนอมินีของห่วยชุดใหม่ สั่งรื้อโครงสร้าง ดึงรองนายกฯ นั่งหัวโต๊ะ เพิ่ม 4 หน่วยงานตรวจละเอียด กรมพัฒน์ ปรับแผนตรวจ โฟกัสให้ถูกจุด เจาะลึกกลุ่มเสี่ยง  

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า  กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เพื่อลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศฝ่าฝืนกฎหมาย ชุดใหม่ หลังคณะกรรมการชุดเดิมหมดวาระลงตามรัฐบาลชุดก่อน โดยการเสนอครั้งนี้ จะมีการปรับโครงสร้างการทำงานภายใน จากให้ รมว.พาณิชย์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เป็นประธาน เพราะต้องทำงานร่วมกับ 20 หน่วยงาน และส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในการกำกับของกระทรวงพาณิชย์

นอกจากนี้ ได้เพิ่มหน่วยงานใหม่อีก 4 หน่วยงาน คือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เข้ามาร่วมในคณะกรรมการฯ โดยหลักการทำงาน ไม่ใช่ดำเนินการกับสินค้าและธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ต้องเปิดทางให้คนดี ธุรกิจดี ที่พร้อมอยู่ภายใต้กฎหมายได้รับการสนับสนุนด้วย

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังได้ปรับวิธีการตรวจสอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงเป็นนอมินีใหม่ จากเดิมมีการตรวจต่างด้าวเข้ามาถือหุ้นตั้งแต่ 0.001-49.99% ใน 6 ธุรกิจเสี่ยง จำนวน 46,918 รายใหม่ ให้เป็นการตรวจแบบโฟกัส โดยเพิ่มเงื่อนไขการตรวจสอบเจาะจงเชิงลึกลงไปว่าธุรกิจนั้น ๆ มีความเสี่ยงที่จะเป็นนอมินีจริง จากเดิมที่ดูแค่จำนวนผู้ถือหุ้น โดยคาดว่าหลังการปรับหลักเกณฑ์ใหม่จะทำให้โฟกัสกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น เหลือธุรกิจที่ต้องตรวจสอบเร่งด่วนหลักพันราย ซึ่งเมื่อตรวจสอบครบแล้ว ก็จะขยายผลไปตรวจสอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงน้อยลงต่อไป

“การปรับจำนวนธุรกิจเสี่ยงที่จะเข้าไปตรวจสอบ จะช่วยให้โฟกัสตรงจุดมากขึ้น เพราะเดิมกำหนดไว้ว่าจะตรวจสอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ 1 เดือน ไปจนถึง 1 ปี ซึ่งจังหวัดที่มีนิติบุคคลเสี่ยงน้อย ก็ตรวจเร็ว แต่จังหวัดที่มีนิติบุคคลเสี่ยงสูงมาก โดยจังหวัดที่มีนิติบุคคลมาก ตั้งแต่ 6 พันถึง 1.5 หมื่นราย มีถึง 4 จังหวัด คือ ชลบุรี กรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต แต่เมื่อปรับใหม่ จะทำให้ธุรกิจเสี่ยงเหลือน้อยลง ก็จะพุ่งเป้าไปตรวจสอบได้ตรงจุดมากขึ้น”

สำหรับธุรกิจเสี่ยง ที่จะตรวจสอบยังอยู่ในเป้าหมายเดิม คือ ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจค้าที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ขนส่งและคลังสินค้า ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการเกษตร (ล้ง) และธุรกิจก่อสร้างทั่วไป  ส่วนธุรกิจเกาะสมุย เกาะพะงัน ที่มีข่าวคนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจเป็นจำนวนมาก อยู่ในแผนที่กรมกำลังตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว โดยขณะนี้กำลังตรวจสอบรายใหญ่ ประมาณ 10 กว่าราย ที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม คอนโดมิเนียม ร้านอาหาร และท่องเที่ยว รวมไปถึงรายกลางรายเล็ก ที่มีอยู่ประมาณ 7 พันราย ด้วย

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 สถานีย่อยของคนไทย      ติดต่อเรา   SiteMap